รองอธิบดีกรมชลลงพื้นอุดรฯ เผย อาจงดทำนาปรัง กักเก็บน้ำไว้ทำนาปี 59

รองอธิบดีกรมชลลงพื้นอุดรฯ เผย อาจงดทำนาปรัง กักเก็บน้ำไว้ทำนาปี 59

232
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 2 ก.ย.2558 เวลา 09.00 น.ที่บริเวณคลองผันนำที่ 1 บ้านนาดี ต.นาดี อ.เมืองอุดรธานี ถนนสายอุดรธานี-หนองบัวลำภู ว่าที่ ร.ต.ไพรเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมชลประทาน เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจการปฏิบัติการขุดลอกคลองผันน้ำ โดยมี นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผอ.สำนักชลประทานที่ 5 ,นายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.สำนักงานชลประทานจังหวัดหนองคายรักษาราชการแทน, ผอ.สำนักงานชลประทานจังหวัดอุดรธานี และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกรมชลประทาน คอยให้การต้อนรับ
โดยคณะของรองอธิบดีกรมชลประทาน ได้มีการเดินตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จากศูนย์จักรกลหนักที่ 3 ที่กำลังปฏิบัติการขุดลอกเศษวัชพืชที่ขึ้นอยู่ในลำคลองผันน้ำที่ทางกรมชลประทานได้ทำการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เพื่อเป็นคลองผันน้ำที่ไหลมาจากเทิกเขาภูพาน ในช่วงหน้าฝน และทำให้เกิดน้ำท่วมเมืองอุดรธานีทุกปี พร้อมทั้งพูดคุยกับชาวบ้าน แนะนำให้ใช้น้ำอย่างประหยัดเกิดผลให้มากที่สุด
ว่าที่ ร.ต.ไพรเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายวิชาการ เปิดเผยว่า การพัฒนาปรับปรุงขุดลอกคลองผันน้ำที่ 1 นั้น เป็นโครงการเร่งด่วนที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาในการแก้ปัญหาภัยแล้ง หรือ อุทกภัย โดยทางกรมชลประทานได้นำเอาแนวทางมาสู่การปฏิบัติ ส่วนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทางกรมชลประทานได้กำหนดพื้นที่ในการปฏิบัติงานจำนวน 3 ที่คือ แก้มลิงโศกเสี้ยว อ่างเก็บน้ำบ้านจั่น ต.บ้านจั่น และคลองผันน้ำที่ 1 โดยที่บริเวณคลองส่งน้ำที่ 1 นี้ จะทำการขุดลอกเป็นระยะทาง2 ก.ม. ใช้เวลาปฏิบัติการ 10 วัน เพื่อทำการขุดลอกเอาเศษวัชพืชที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อให้น้ำฝนสามารถไหลผ่านได้สะดวก เพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองอุดรธานี โดยได้ใช้เครื่องจักรกลจากศูนย์จักรกลที่ 3
ส่วนสภาวะของน้ำโดยภาพรวมว่า ขณะแล้วมีฝนตกลงมาน้อยกว่าเมื่อปีที่แล้ว ประมาณ 20 กว่า% และเมื่อสิ้นหน้าฝนนี้คาดว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการบริโภคเท่านั้น ส่วนน้ำสำหรับการทำการเกษตรน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการทำนาปรังอาจจะงด เนื่องจากที่จะต้องเก็บน้ำดังกล่าวเอาใช้ในต้นฤดูทำนาปีที่จะถึงในปีหน้าหรือปี59 อย่างไรก็ตามหากว่ามีฝนตก หรือมีพายุที่คาดว่ายังมีอยู่อีกประมาณ 10 ลูกพัดเข้าสู่ประเทศไทยในช่วง 2 เดือนข้างหน้า มีน้ำเกินกว่าที่มีอยู่ในขณะนี้แล้ว ก็สามารถที่จะเอามาใช้ได้

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 5 ที่มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่ 6 จังหวัดนั้น ก็มีสภาวะที่ไม่ได้แตกต่างไปจากภาพโดยรวมทั้งประเทศนัก เพราะเนื่องจากประสบภัยเช่นเดียวกัน คือมีจำนวนฝนตกน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะปกติเมื่อถึงเดือนสิงหาคมทุกปี จะมีฝนตกโดยเฉลี่ยแล้วจะต้องมีฝนตกอยู่ที่ 900 กว่า มม. แต่ขณะนี้มีฝนตกเฉลี่ยที่ 700 มม.เศษเท่านั้นหรือน้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 20 กว่า%
ดังนั้นในช่วงนี้นี้ยังอยู่ในช่วงหน้าฝน จึงขอให้เกษตรกรช่วยกันเก็บกักน้ำเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเก็บเอาไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค และเพื่อทำการเกษตรในฤดูแล้ง และจะต้องมีการวางแผนการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตามการเพาะปลูกข้าวนาปีก็ทำกันได้หมดแล้ว เนื่องจากฝนที่ตกลงมา ได้ตกลงในพื้นที่การเกษตร แต่ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่าปีที่แล้ว
นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผอ.สำนักชลประทานที่ 5 กล่าวว่า มีพื้นที่รับผิดชอบอยู่ 5-6 จังหวัดในภาคอีสานตอนบน โดยโครงการการขุดลอกร่องน้ำ คลองส่งน้ำในพื้นที่รับผิดชอบว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2558 ซึ่งเป็นงบเร่งด่วนนั้น มีโครงการต่างๆอยู่ประมาณ 30 โครงการ โดยเป็นการพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้วเพื่อเพิ่มจำนวนการจุของแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว
ซึ่งในปีงบประมาณ2559 ทางสำนักชลประทานที่ 5 มีแผนงานในลักษณะเดียวกันนี้อีกประมาณ 300 โครงการ เช่นการก่อสร้างอาคาร พัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือ แก้มลิงสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า โดยได้เสนอของบประมาณไปแล้วประมาณ 3,500 ล้านบาท ซึ่งหากว่าได้รับการสนับสนุนงบประมาณดังกล่าวจะทำให้ในพื้นที่ทั้ง 6 จังหวัดนี้จะมีน้ำเพิ่มจากเดิมอีกประมาณ 200 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพื้นที่เกษตรได้อีกกว่า 1 แสนไร่ ดังกล่าว

เบิ่งข่าวเมืองอุดร

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้