คนร้ายยกตู้เซฟบ้านนักธุรกิจขายตรง ได้ทรัพย์สินไปมูลค่า กว่า2 แสนบาท

คนร้ายยกตู้เซฟบ้านนักธุรกิจขายตรง ได้ทรัพย์สินไปมูลค่า กว่า2 แสนบาท

97
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 1 ต.ค.58 เวลา 22.30 น. ร.ต.ท.กฤษฏา ชานนท์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าไปขโมยตู้เซฟและทรัพย์สินจำนวนหลายรายการ ที่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 8 ซ.หนองแด1 ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมชุดสืบสวนและตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวพบ นางภวิตา พจนสิจ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบริเวณประตูหน้าบ้านและภายในบ้าน พบร่องรอยถูกงัดที่ประตู เป็นช่องทางที่คนร้ายเข้ามา ส่วนภายในห้องนอนถูกข้าวข้องรื้อค้นทั่วทั้งห้องกระเป๋าและเอกสารกระจัดกระจาย ส่วนตู้เซฟและทรัพย์สินมีค่าคนร้ายนำไปหมด
จากการสอบสวน นางภวิตา ให้การว่า ตนอยู่บ้านหลังนี้3คน มีสามีและลูก วันนี้ ในช่วงเวลา 10.30น. ตนไปประชุมกับลูกทีมธุรกิจขายตรงที่ศูนย์จำหน่ายสินค้า ต.นาข่า ถนนมิตรภาพอุดร หนองคาย ส่วนลูกชายไปเข้าค่ายที่โรงเรียน ส่วนสามีไปคุมดูแลรถทัวร์ และในช่วงเวลา 14.00 น.สามีกลับมาบ้านอาบน้ำ ซึ่งสิ่งของในบ้านยังอยู่ครบ หลังจากที่สามีออกไปทำงาน คาดว่าคนร้ายจะเข้ามาลงมือช่วงเวลา หลัง14.00 -20.00น. ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน
หลังจากตนประชุมลูกทีมเสร็จเวลา 20.00 น.ไปทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้ากับแม่และญาติๆ จากนั้นช่วงเวลา 22.30 น.ตนกลับมาบ้านเปิดประตูหน้าบ้านเข้ามา พบว่าประตู ด้านหน้าบ้านถูกงัดและเข้าไปตรวจสอบในบ้านพบว่าห้องนอนถูรื้อค้น ส่วนกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ซึ่งมีตัวเดียวถูกคนร้ายดึงสายออก จึงได้ตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าทรัพย์สินและตู้เซฟหายไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปมีตู้เซฟยี่ห้อ LEECO น้ำหนัก 30กิโลกรัม ภายในตู้เซฟ มีสร้อยคอทองคำหนัก10บาท พระเครื่อง 1 องค์ และ แหวนเพชรมูลค่า 26,000 บาท มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด กว่า2แสนบาท ซึ่งตู้เซฟดังกล่าว ตนวางไว้ที่พื้นหน้าห้องน้ำ นอกจากนี้คนร้ายได้รื้อค้นที่บริเวณโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า และหัวเตียง แต่ก็ไม่ได้เอาทรัพย์สินไป มีแต่ตู้เซฟเท่านั้น ซึ่งในช่วงต้นปีที่แล้ว ได้มีคนร้ายเข้ามางัดเข้าบ้านตนแต่ได้เงินไปเพียง300บาท และขโมยกล้องวงจรปิดไปด้วย
ตำรวจตรวจดูบริเวณรอบบ้าน คนร้ายได้ยกตู้เซฟ หลบหนีออกไปทางหลังบ้าน ซึ่งพบว่าที่รั้วหลังบ้านมีลอยลากตัวตู้เซฟ เป็นทางยาวไปถึงพงหญ้า ตำรวจสันนิฐานว่า คนร้ายอาจเป็นพวกเก็บของเก่าหรือคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้าน และรู้มีกล้องวงจรปิดอยู่ตรงไหน และไม่สนใจเอาทรัพย์สินอื่นนอกจากตู้เซฟ ส่วนกล้องวงจรปิดเป็นแบบดูผ่านโทรศัพท์ไม่สามารถบันทึกภาพย้อนหลังได้ จึงไม่สามารถตรวจสอบภาพของคนร้ายได้ที่มาก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐาน และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเป็นเบาะแสการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้