หนุ่มอุบลหนีแล้งฯสู้ชีวิตพิการแขนลีบ รับจ้างเดินขายตะกร้าหวายในปั๊มน้ำมันเมืองอุดรฯ

หนุ่มอุบลหนีแล้งฯสู้ชีวิตพิการแขนลีบ รับจ้างเดินขายตะกร้าหวายในปั๊มน้ำมันเมืองอุดรฯ

199
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 4 มีนาคม เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ได้เดินทางไปที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขา บ้านเก่าน้อย ถ.มิตรภาพ อุดรฯ-หนองคาย ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี หลังได้รับแจ้งว่า มีผู้ชายร่างกายพิการ เดินหาบตะกร้าหวายขายให้ผู้คนที่ เดินผ่านไปมาภายในปั๊มน้ำมัน โดยไม่ย่อท้อต่อชีวิตและโชคชะตาแม้แต่น้อยนิด
โดยพบกับภาพที่ น่าชื่นชมจิตใจที่เข้มแข็งของหนุ่มพิการคนนี้ กำลังใช้ปากผูกเชือกผ้ามัดติดกับหัวไหล่ของตน เดินสะพายตะกร้าหวายด้วยร่างกายที่พิการ แขนซ้ายลีบ และข้อมืองอ หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า “แขนหร่อย” ไม่สามารถใช้การได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป หนุ่มพิการสู้ชีวิตรายนี้คือ นายโสภา ผิวเงิน อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 41 ม.5 บ้านนาสมบูรณ์ ต.คำครั่ง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามถึงความเป็นมาของชีวิตที่ท้อแต่ไม่ถอย
นายโสภา ผิวเงิน เปิดเผยว่า ตนเองไม่เคยมีครอบครัว เป็นคนพูดไม่เก่ง และเรียนจบแค่ชั้นประถมปีที่ 6 เนื่องจากตนมีแขนซ้ายพิการ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จากการฉีดยาของหมอประจำหมู่บ้าน หรือที่เรียกกันตามหลักวิชาการคือ “หมอเถื่อน” เพื่อรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ในตอนนั้น และหมอฉีดยาเข้าที่หัวไหล่ด้านซ้าย จากนั้นอาการแขนด้านซ้ายก็หมดเรี่ยวแรงใช้การไม่ได้ตามปกติ หนักเข้าจนไม่มีความรู้สึก และข้อแขนด้านซ้ายก็พับงอ นับตั้งแต่นั้นมาตนก็ได้รับเบี้ยยังชีพเงินคนพิการเดือนละ 800 บาท

12814370_1083029325052642_2305968654994384392_n
ส่วนครอบครัวตนมีพี่น้อง รวม 4 คน ตนเองเป็นคนสุดท้อง พี่สาวและพี่ชายแต่งงานออกบ้านกันไปหมด หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ราว 5 ปี ที่ผ่านมา และตนก็อาศัยอยู่กับยาย อายุราว 80 ปี ตามลำพัง 2 คน แต่พี่ชายและพี่สาวก็ส่งเงินมาจุนเจือบ้างในบางครั้ง รวมถึงญาติมาคอยดูแลยาย ให้ความช่วยเหลือเป็นบางครั้งยามตนไม่อยู่บ้าน โดยแม่กับพ่อทิ้งมรดกให้ตนเป็นที่นาราว 20 ไร่ สวนยาง 4 ไร่ ซึ่งตนและญาติ ช่วยกันทุกปี
แต่เนื่องจากทุกปีช่วงเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน ตนจะต้องออกจากบ้านมาพร้อมกับพวกเพื่อนๆทั้งหมดเป็นผู้ชายรวม 11 คน มีเพียงตนคนเดียวที่ร่างกายพิการ เพื่อรับจ้างเดินสะพายขายตะกร้าหวายที่ นายจ้างไปรับซื้อมาจากกลุ่มแม่บ้าน โอทอป ใน ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้งไม่สามารถทำนาได้ และต้นยางก็พลัดใบ จึงไม่มีรายได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกร และปีนี้ส่อไปในทางที่แล้งหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงพากันมาหารายได้เสริมด้วยอาชีพที่สุจริต เหนื่อยหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะพ่อแม่เราไม่ได้พารวยมาแต่กำเนิด แถมยังร่างกายพิการ จากความประมาทหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของหมอเถื่อนก็ตาม
ส่วนค่าตอบแทนจากการขายตะกร้าหวายจะได้ใบละ 10 บาท ในแต่ละวันจะนำตะกร้าไปขายจำนวน 12 ใบ และหากขายหมดทั้ง 12 ใบ ราคาใบละ 180 บาท นายจ้างก็จะเพิ่มค่าตอบแทนให้อีก 180 บาท ยังไม่รวมกับเปอร์เซ็นต์ที่ขายได้ใบละ10 บาท ซึ่งจะได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ถือว่านายจ้างเราไม่เอาเปรียบเลย แถมยังเลี้ยงข้าว 2 มื้อ มื้อเช้ากับมื้อเย็น ส่วนมื้อเที่ยงตนจะไม่กินประหยัดอดออม เพื่อเก็บเงินก้อนไปให้ยายที่อายุ80 ปี ไว้ใช้สอยซื้อสิ่งที่จำเป็นดำรงชีวิตจนกว่าจะล้มหายตายจากกันไปตามธรรมชาติ และการเดินทางมาสะพายตะกร้าขายของตน ใช้ระยะเวลา 2 สัปดาห์ นายจ้างจะพากลับบ้านกลับไปเอาสินค้ามาขายต่อ ซึ่งตนจะมีเงินไปใส่มือให้ยายที่รอหวามหวังครั้งละ 4,000-5,000 บาท รายได้บางส่วนบางครั้งมีคนผ่านไปมาสงสารตนและหยิบยื่นเงินให้ตนครั้ง 20 บาท บ้างครั้ง 100 บาท เราไม่รับก็ไม่ได้ เพราะเขาเต็มใจให้ด้วยความสงสารเราและเราก็ไม่ได้มานั่งขอทานด้วย
นางสาวหัสยา เมืองสอง อายุ 24 ปี แม่ค้าร้านวุ้นคุณอร ภายในปั๊มน้ำมัน กล่าวว่า เห็นนายโสภา ลงจากรถกระบะของนายจ้าง สะพายตะกร้าเดินลงมานั่งที่ม้านั่งหน้าร้าน และพ่อค้าไส้กรอกอีสาน ซึ่งงอยู่ติดกัน คงสงสารเดินเอาไส้กรอกและข้าวเหนียวมาให้กิน ตนจึงเข้าไปสอบถามถึงเรื่องราวความเป็นมา จึงได้ซื้อตะกร้าอุดหนุน จำนวน 1 ใบ เพื่อมาใส่เสื้อผ้าให้ลูกสาววัย 6 เดือน เมื่อทราบถึงเรื่องราวชีวิตความเป็นมาของ นายโสภา รู้สึกมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิต เนื่องจากเขาพิการแขนลีบและข้อมืองอ แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่อสู้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ไม่งอมืองอเท้าขอความช่วยเหลือจากใคร ต่างกันกับคนที่มาขอทานบางราย ที่ขาและแขนยังดี เดินเหินได้ ไม่ยอมทำงานต่อสู้ชีวิตที่พอจะทำได้ ไม่เหมือนกับนายโสภา ที่เป็นแบบอย่างที่ดีของคนพิการ ดังกล่าว .

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้