ตร.นำตัวผัวหึงโหดฆ่าเผาเมียทำแผนญาติทุกคนให้อภัย ตัวเองขอกอดลูก2 คน ก่อนเข้าคุก

ตร.นำตัวผัวหึงโหดฆ่าเผาเมียทำแผนญาติทุกคนให้อภัย ตัวเองขอกอดลูก2 คน ก่อนเข้าคุก

174
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่7 มีนาคม 59 เวลา11.00 น. พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี, พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิ ,พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี, พ.ต.ท.สนั่นชัย มอไธสง พงส.ชำนาญการ สภ.เมืองอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย ได้นำตัว นายปรีชา มงคล อายุ 40 ปี ไปที่บ้านเลขที่ 535/1 หมู่ 1 บ้านหนองตุ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาที่ฆ่าภรรยาของตัวเองคือน.ส.สุชาดา ลุนชัยภา อายุ 23 ปี แล้วนำศพไปเผาอำพรางคดี ที่บ่อทิ้งขยะ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ในข้อหา “ ฆ่าผู้อื่น ซ่อนเร้น หรือทำลายศพ เพื่อปิดปังการเกิดการตายหรือสาเหตุการตาย”

12798976_1084667188222189_7979370366594120271_n

โดยเริ่มจากสามล้อเครื่องของตนเองที่จอดอยู่หน้าบ้านที่ใช้เป็นยานพาหนะขนศพ ซึ่งมีญาติพี่น้องฝ่ายภรรยา อยู่กันพร้อมหน้ากันทุกคน และชาวบ้านมีอีกกว่า 30 คน ได้มามุงดูในการทำแผนครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าตำรวจได้กันให้อยู่ข้างนอกไม่เข้ามานอกจากญาติ โดยให้นายปรีชา ชี้ว่าห้องนอนของตนเองกับภรรยา อยู่ตรงไหน
ก่อนที่จะพาไปทำแผนต่อที่ห้องนอน โดยปรีชา ได้คว้าเอาท่อนไม้ ที่วางอยู่บนตู้เสื้อผ้า ขณะที่ภรรยา ยืนหันหลังให้ ฟาดเข้าที่ศีรษะ1 ครั้ง ทำให้ภรรยาล้มลงนอนคว่ำหน้า แล้วก็ฟาดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง จนนอนแนบนิ่ง ก่อนที่จะเอากางเกงยีนส์ของภรรยา ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ามาพันหัวศีรษะภรรยามัดเอาไว้เพื่อให้เลือดออกมามาก แล้วก็ห่อศพภรรยาด้วยผ้าปูที่นอน แล้วก็ลากศพภรรยาขึ้นสามล้อเครื่อง ที่จอดอยู่หน้าบ้าน

12801109_1084667121555529_1833647672154327062_n

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้นายปรีชา ทำการกราบขอขมากับญาติฝ่ายภรรยา พร้อมทั้งขอกอดลูกสาว ทั้ง2 คน ที่จะได้ใกล้ชิดกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ตนเองจะเข้าไปอยู่ในคุกชดใช้กรรม ซึ่งทุกคนยกโทษให้กับเขาเพราะรักนายปรีชา เปรียบเสมือน เป็นญาติพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ซึ่งตำรวจได้มอบทรัพย์สินของนายปรีชา มีเงิน สร้อยคอทองคำ และแหวนทอง คืนให้กับญาติฝ่ายภรรยา บรรยากาศการทำแผนไปด้วยความเห็นอกเห็นใจนายปรีชา เพราะ เขาเป็นคนดี เป็นที่รักต่อคนในครอบครัว แม้ทั้งเพื่อนบ้าน เพราะเป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือทุกคน เวลาขอความช่วยเหลือจะทำให้

โดยครอบครัวฝ่ายภรรยา ต่างหากันโผเข้ากอดนายปรีชา ร้องไห้ บอกให้กำลังใจนายปรีชา ไปอยู่ในคุกไม่ต้องเป็นหวงลูกจะเลี้ยงลูกของนายปรีชาไว้รอ พอพ้นออกมานายปรีชา ให้กลับมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกัน เลี้ยงลูกอยู่ที่นี้ไม่ต้องไปไหน แล้วตำรวจก็นำตัวนายปรีชา ไปทำแผนต่อที่จุดนำศพภรรยาเผาอำพรางดคดี ที่ป่าเลาะบ่อทิ้งขยะ บ้านดอนภู่ ต.สามพร้าว ซึ่งนายปรีชา ได้จุดขออโหสิกรรมกับภรรยา บอกกล่าวให้วิญญาณของภรรยาไม่ต้องอยู่ตรงนี้ ให้กลับไปอยู่บ้านเฝ้าดูแลคุ้มครองลูกทั้งสองคน

12512357_1084667141555527_3575789399020847933_n 12814792_1084667101555531_6185263700187611209_n

นายปรีชา มงคล ให้การว่า ในตอนเอาศพของภรรยา มาเผาที่นี้เวลาประมาณตีสอง ซึ่งตนขับรถสามล้อเครื่องขนศพภรรยามาคนเดียว เป็นคืนเดือนหงายพอมองเห็นทาง เพราะมีแสงสว่างพอสมควร ที่สามารถขับรถเดินทางเข้ามาถึงตรงนี้ได้ พอมาถึงก็ลากศพภรรยาลงจากท้ายสามล้อเครื่อง แล้วดูดน้ำมันจากถังน้ำมันสามล้อเครื่อง ก่อนจุดไฟเผา แล้วก็ยกมือไหว้บอกลาภรรยา ก่อนที่จะขับรถสามล้อเครื่องออกไป

โดยตนก็อยากฝากถึงคนที่เป็นสามีภรรยากัน จะทำอะไรขอให้คิดมากๆ ก่อนที่จะลงมือทำอะไรลงไป มิเช่นนั้นอาจจะเหมือนกับตนที่กลายเป็นผู้ต้องหา ซึ่งตนเองรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตนเองกระทำลงไปด้วยความโมโห ถ้าย้อนกลับไปได้ตนเองก็จะไม่ทำแบบนี้ ดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้