ปูพรมสุสานเผานั่งยาง พบอีก8 จุด ตร.เร่งหาหลักฐานเพื่อไปสอบปากคำอดีตตำรวจต้องสงสัยในเรือนจำ

ปูพรมสุสานเผานั่งยาง พบอีก8 จุด ตร.เร่งหาหลักฐานเพื่อไปสอบปากคำอดีตตำรวจต้องสงสัยในเรือนจำ

781
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 24 เมษายน 59 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ หรือป่าช้าสุสานเผานั่งยาง หรือป่าช้าคนเก่ง อยู่แนวเขตเทือกเขาภูพานน้อย บ้านคำบอนเวียงชัย ม.3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ อุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี , พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี , พ.ต.อ.พรชัย บุญรอด ผกก.สภ.บ้านผือ นำกำลั ตำรวจสืบสวนสอบสวน, หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD) ภ.จ.อุดรธานี, เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองแวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, กว่า 50 นาย และชาวบ้านที่ทราบข่าวราว 50 คน
เพื่อช่วยกันตรวจสอบหาหลักฐานโลหะวัตถุพยานอย่างละเอียด เช่น หัวกระสุนปืน และปลอกกระสุนปืน พร้อมกับปูพรมขยายแนวเขตรอบบริเวณเพิ่มอีก ราว 3 ไร่ จากจุดที่พบซากชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ถูกเผาด้วยยางรถยนต์จำนวน 15 จุด ในเนื้อที่ราว 2 ไร่ พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ 8 จุด จากการเดินปูพรมรอบบริเวณเพิ่มอีก 3 ไร่พบยางรถยนต์ที่ถูกเผาเหลือเพียงเส้นลวดเพิ่มอีก 8 จุด แต่พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์เพียง 2 จุด

13082694_1118646174824290_2878931150644524226_n
ส่วนอีก 6 จุด พบเพียงเส้นลวดของยางรถยนต์ที่ถูกไฟเผาเท่านั้น คาดเป็นยางรถยนต์ที่คนร้ายนำมาเสริมในการเผาศพ และไม่ได้นำกลับไปด้วย อาจจะถูกไฟป่าช่วงหน้าแล้งไหม้เหลือเพียงเส้นลวด ส่วนปลอกและหัวกระสุนปืน ที่เชื่อว่าคนร้ายใช้สังหารเหยื่อจากที่อื่น ก่อนนำมาเผา และเชื่อว่ากระสุนปืนคงฝังอยู่ในร่างของผู้ตาย โดยใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง แต่ก็ไม่พบ จึงถอนกำลัง ก่อนรวบรวมชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ที่พบรวมทั้งหมด 10 จุด ส่งตรวจหาดีเอ็นเอมนุษย์ ไปตรวจที่ฝ่ายนิติเวช รพ.ตำรวจ ช่วงค่ำวันนี้ เพื่อยืนยันว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของมนุษย์หรือไม่ และนำตรวจเปรียบเทียบ ดีเอ็นเอ กับญาติของคนที่สูญหายไปว่าตรงกันหรือไม่
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ในการสนธิกำลังร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อตรวจหาวัตถุพยาน และหาจุดที่เชื่อว่าเป็นจุดเผานั่งยางเพิ่ม แต่ไม่พบปลอกและหัวกระสุนปืนที่ เชื่อว่าคนร้ายใช้สังหารเหยื่อก่อนนำมาเผานั่งยางในสุสานป่าช้าแห่งนี้ ส่วนกระดูกที่พบทั้งหมด รวม 10 จุด ต้องส่งไปตรวจที่ฝ่ายนิติเวช รพ.ตำรวจ กทม. เนื่องจากเครื่องมือมีความพร้อมมากกว่า

13096159_1118646231490951_2023299063093738989_n
หลังจากนี้เราจะรวบรวมแฟ้มคดีคนสูญหาย ทั้งที่เป็นคดีความและไม่เป็นคดีความ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมและสาเหตุการหายตัวไป และผู้ที่เคยก่อคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ในขณะนี้เราก็จับตาอยู่ทุกคน แต่เราก็ไม่เรียกสอบสวนปากคำทุกคน จะเน้นคนที่มีความเป็นไปได้และคาดมีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้อง ต้องดูในช่วงวันเดือนปี ทีนางบังอร หายตัวไปเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ก่อนมาพบถูกเผานั่งยางในสุสานป่าช้าแห่งนี้ ส่วนชิ้นกระดูกมนุษย์ที่พบในหลายจุด เราจะไปฟันธงว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่อุ้มฆ่าเผานั่งยาง นางบังอร เพียงกลุ่มเดียว ไม่ได้ ซึ่งทางเราคาดว่าคนร้ายที่ใช้สุสานป่าช้าแห่งนี้ อาจจะมีหลายกลุ่มก็เป็นได้
ส่วนอดีตนายดาบตำรวจที่ต้องคดีฆ่าผู้อื่นและถูกจองจำในเรือนจำกลางอุดรธานี ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย ทางเรายังไม่เข้าไปสอบปากคำ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานพยานในการเชื่อมโยง เพราะไม่มีใครรับสารภาพเป็นคนร้ายอุ้มฆ่าเผานั่งยางหรอก ซึ่งการสืบสวนต้องเดินไปพร้อมกับนิติวิทยาศาสตร์ ด้วย

13015241_1118646134824294_8532554909931560141_n
ขณะเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันตรวจปูพรมจุดเผานั่งยางเพิ่มเติม มี นางสาวสุภัสสรณ์ ชินพัฒน์สกุล อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 221 ม.1 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ถือแฟ้มประวัติและรูปถ่ายของอา (น้องชายพ่อ) คือ นายคำปุ่น ถิ่นแก้ว อายุ 49 ปี ชาว ต.หนองแวง อ.บ้านผือ ขณะมีชีวิตประกอบอาชีหลายอย่าง เช่น เกษตรกร ขายประกันภัยชีวิต และช่างไฟฟ้า ที่สูญหายออกจากไปช่วงปี 2554 หลังจากมีเพื่อนบ้านพบเห็นชายฉกรรจ์ 3 คน ใช้รถปิกอัพไมทราบสีและยี่ห้อ ขับมาที่หน้าบ้านแล้วมาเรียกให้ไปขึ้นรถ ก่อนขับออกจากบ้าน แล้วก็ไม่พบตัวน้องชายพ่อจากนั้นมา
นางสาวสุภัสสรณ์ ชินพัฒน์สกุล กล่าวว่า พอหลังจากทราบข่าวว่ามีสุสานฆ่าเผานั่งยางอยู่ที่แห่งนี้ ตนพร้อมญาติ จึงได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบดู เพื่อมีความหวังนำกระดูกของอาไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ เพราะเชื่อว่า นายคำปุ่น คงไม่มีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้แล้ว เมื่อสมัยตนเป็นเด็ก พักอยู่ในสวนใกล้กับป่าแห่งนี้ ตอนกลางคืนจะได้เสียงปืนพอพรุ่งเช้าจะมีกลิ่นเหม็นเหมือนเผายาง เป็นที่รู้กันของชาวบ้านเชื่อว่า เป็นการเผานั่งยางคน
พ.ต.อ.พรชัย บุญรอด ผกก.สภ.บ้านผือ กล่าวว่า ในวันนี้มีพนักงานสอบสวนที่ดูแลในคดีนี้ ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ จำนวน 3 ชุดๆละ 3 นาย โดยแบ่งหน้ากันดูแลการสอบสวนชุดละ 5 จุด แต่วันนี้พบจุดเผาเพิ่มอีก8จุด จึงต้องแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีก ส่วนประชาชนที่มาแจ้งความร้องทุกข์หลังจากญาติสูญหาย ล่าสุดเป็นชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ที่ญาติโทรศัพท์แจ้งมาว่า นายกมล เหล่าโสภาพรรณ อายุ 49 ปี ได้สูญหายไปตั้งแต่ปี 2551 หลังจากร้องเรียนเรื่อง เจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต และถูกอุ้มหายตัวไป แต่เรื่องนี้ญาติผู้สูญหายได้ดำเนินการให้ ดีเอสไอ รับคดีต่อไปแล้ว แต่คดีไม่คืบเนื่องจากไม่พบศพและพยานหลักฐานอย่างอื่นที่เชื่อมโยง และหลังทราบข่าวมีความหวังที่คดีจะดำเนินต่อ ซึ่งจะได้ทำการตรวจสอบดีเอ็นเอชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ที่พบในสุสาน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้