ตร.ควบคุมสมุน ด.ต.ทำแผนเผานั่งยางเจ้าแม่เงินกู้ ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน

ตร.ควบคุมสมุน ด.ต.ทำแผนเผานั่งยางเจ้าแม่เงินกู้ ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน

674
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

กรณีคดีฆ่าเผานั่งยาง นางบังอร ทองอ่อน อายุ 52 ปี เจ้าแม่เงินกู้ ที่ “สุสานเผานั่งยาง”ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557 ผ่านไป 2 ปี ญาติร้องสื่อมวลชนว่าคดีไม่คืบ คนร้ายซึ่งคาดว่าจะเป็นตำรวจนอกรีตในพื้นที่ ยังลอยนวล และยังพบร่องรอยเผานั่งยางอีก 23 จุด ตำรวจต้องรื้อฟื้นคดีใหม่ พร้อมกับให้มาตรา 44 ควบคุมตัวนายบุญหนา ทองงาม อายุ 57 ปี ประจักษ์พยานและผู้ต้องสงสัย สมุนคู่ใจ ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อายุ 63 ปี อดีตตำรวจ สภ.บ้านผือ ไปสอบสวนและให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันฆ่าหักคอชิงทรัพย์ นำศพไปเผานั่งยาง ก่อนแบ่งทรัพย์สินกัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

13254534_1132754063413501_6825254033563968767_n
วันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ,พ.ต.อ.พรชัย บุญรอด ผกก.สภ.บ้านผือ และ พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี ผกก.สอบสวน ภ.จ.อุดรธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 50 นาย ควบคุมตัวนายบุญหนา ทองงาม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 2 บ้านภูดง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 192/2559 “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อสะดวกในการที่จะทำความผิดอย่างอื่น ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จนเป็นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดปังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
หลังให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันกับ ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อายุ 63 ปี อดีต ผบ.หมู่ สส.สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ปัจจุบันติดคุกในเรือนจำคลองไผ่ จ.นครราชสีมา คดียิง น.ส.วารุณี ชัยรินทร์ อายุ 40 ปี หัวหน้าส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 ศาลตัดสินประหารชีวิต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต เมื่อปี 2558 ฆ่าหักคอชิงทรัพย์นางบังอร ทองอ่อน อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 172 หมู่ 8 บ้านดงบัง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เจ้าแม่เงินกู้ เพราะโกรธที่ไม่ให้ยืมเงิน 1 หมื่นบาท โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.บินด่วนมาแถลงข่าวปิดคดีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม
โดยจุดแรกตำรวจควบคุมตัวนายบุญหนา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ “สุสานเผานั่งยาง” ภายในป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ หมู่ 3 บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ ท่ามกลางชาวบ้านที่ทราบข่าวมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก โดยนายบุญหนา และผู้แสดงแทน ด.ต.ปราโมทย์ ได้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถของ ด.ต.ปราโมทย์ ขับบรรทุกศพและยางรถยนต์ 2 เส้น เข้ามาในป่าลึกประมาณ 300 เมตร นำร่างนางบังอร ซึ่งถูกหักคอฆ่าลงมาจากรถ ก่อน ด.ต.ปราโมทย์ จะใช้มีดตัดเอากระเป๋าคาดเอวเอาทรัพย์สิน แล้วนำยางรถยนต์ครอบร่างผู้ตาย ในสภาพนั่ง แล้วทำการไหว้ขอขมาผู้ตาย ก่อนราดน้ำมันเบนซิน แล้วจุดไฟเผา แต่ศพไหม้ไม่หมด จึงต้องนำยางรถยนต์มาเผาเพิ่ม ใช้เวลาทำแผน 1 ชม.

13221566_1132754056746835_6183805346192903153_n
ส่วนจุดที่ 2 บริเวณกระท่อมนานางบังอร ซึ่งเป็นจุดที่นางบังอรถูก ด.ต.ปราโมทย์ ฆ่าหักคอ ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านดงบัง ต.โนนทอง ประมาณ 5 กม. มีชาวบ้านและญาตินางบังอร เดินทางมาดูนายบุญหนาทำแผนจำนวนมาก ประมาณ 200 คน ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เกรงว่านายบุญหนา ผู้ต้องหาจะไม่ปลอดภัย ถูกชาวบ้านและญาติผู้ตายรุมประชาทัณฑ์ จึงสั่งให้ตำรวจควบคุมฝูงชนกันชาวบ้านและญาติให้ออกห่างจากกระท่อมนาประมาณ 100 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
สำหรับจุดที่ 3 ริมสะพานข้ามห้วยบ้านดง ต.โนนทอง อ.บ้านผือ เป็นจุดที่นายบุญหนา มารับเงินส่วนแบ่งจาก ด.ต.ปราโมทย์ 14,000 บาท และจุดที่ 4 นายบุญหนาขี่รถจักรยานยนต์ผู้ตาย ไปทิ้งที่หนองน้ำสาธารณะหลังโรงเรียนหนองหัวคูปวงประชานุเคราะห์ ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โดยตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายบุญหนา ได้บอกเล่าเหตุการณ์การฆาตกรรมนางบังอรอย่างคล่องแคล่ว ไม่ติดขัด ซึ่งก็ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน เมื่อจากทำแผนเสร็จตำรวจควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาล จ.อุดรธานี ทันที
ทางด้านนางถาวร ศรีเมือง อายุ 47 ปี น้องสาวนางบังอร เปิดเผย ความรู้สึกว่า หลังรู้ข่าวว่าตำรวจจับคนร้ายที่ฆ่าพี่สาวได้ 2 คน ก็รู้สึกไม่พอใจเท่าไร เนื่องจากในใจยังเชื่อว่าคนร้ายมีมากกว่า 2 คนอย่างแน่นอน เพราะตามปกติผู้ตายจะเป็นคนระมัดระวังตัว ไม่ออกไปไหนมืดค่ำหากไม่มีญาติหรือเพื่อนสนิทโทรศัพท์หา และก่อนพี่สาวจะถูกฆาตกรรม ได้มีเพื่อนโทรศัพท์หาและชวนไปดื่มเหล้าที่กระท่อมนา ซึ่งจะมีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทสนม 4 คน ไปดื่มกินและเล่นที่กระท่อมนาด้วยตลอด จะต้องมีนางนกต่อรู้เห็นและโทรศัพท์เรียกผู้ตายออกมาฆ่า ส่วน ด.ต.ปราโมทย์ 1 ใน 2 ผู้ต้องหาเคยยืมเงินผู้ตาย แต่ไม่รู้ว่ากี่บาท แต่ผู้ตายมักจะบ่นให้ฟังตลอดว่า ไม่อยากให้ยืม เพราะยืมไปก็ไม่ได้คืน แถมยังถูกข่มขู่ด้วย ดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้