ผบก.อุดรฯ เดินหน้าคลี่คลายคดีคดี “อุ้มเสี่ยมือถือ”ศรีธาตุ ส่วน เผานั่งยางเจ้าแม่เงินกู้ปิดคดีแล้ว

ผบก.อุดรฯ เดินหน้าคลี่คลายคดีคดี “อุ้มเสี่ยมือถือ”ศรีธาตุ ส่วน เผานั่งยางเจ้าแม่เงินกู้ปิดคดีแล้ว

42
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

กรณีคดีฆ่าเผานั่งยางที่ “สุสานเผานั่งยาง”ที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ บ้านคำบอนเวียงชัย ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี 23 จุด ตำรวจสามารถจับกุมนายบุญหนา ทองงาม อายุ 57 ปี ก่อนเปิดปากซัดทอด ด.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อายุ 63 ปี อดีตตำรวจ สภ.บ้านผือ ฆ่าชิงทรัพย์ เผานั่งยางนางบังอร ทองอ่อน อายุ 52 ปี เจ้าแม่เงินกู้ ก่อนควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จนปิดคดีไปได้ แต่ญาติยังติดใจไม่เชื่อว่าแก๊งคนร้ายมี 2 คน ก่อนสั่งรื้อคดีเดินหน้าคลี่คลาย “อุ้มเสี่ยร้านมือถือ”ที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี หายไป 8 ปี ก่อนออกหมายจับตามภาพสเก็ตช์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 18 พฤษภาคม 59 เวลา 10.00 น. ที่ห้องรับรองกองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.วิทธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.สม วาโย ผกก.สอบสวน ภ.จ.อุดรธานี ทีมตำรวจสืบสวน ภ.4 ตำรวจสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี และพนักงานสอบสวนคดีอุ้มนายวีระศักดิ์ ธรรมมามนต์ อายุ 28 ปี เสี่ยร้านโทรศัพท์มือถือ “โบกี้เทเลคอม” ใน อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี เมื่อวัน 14 ธันวาคม 2551 ซึ่งเป็น 1 ใน 5 คดีที่รื้อฟื้นคดีใหม่ เข้าประชุมเพื่อรีวิวสำนวนในคดี หลังขออนุมัติหมายจับคนร้ายตามสภาพสเก็ตช์ ใช้เวลาประชุม 2 ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนร่วมรับฟัง

หลังประชุม พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ได้เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เรียกประชุมวางแนวทางการสืบสวนสอบสวนใหม่ เพราะเนื้อสำนวนในคดีบอกบางสิ่งบางอย่าง ค่อนข้างจะชัดเจนพอสมควรว่ามูลเหตุที่หายตัวไปด้วยเรื่องอะไร ทางญาติได้ให้ปากคำไว้ พนักงานสอบสวนและตำรวจสืบสวนได้ติดตามคดีในปี 2551 ไว้พอสมควร แต่ยังขาดอยู่บ้างต้องไปเติมเต็ม ไม่ถือว่าเป็นความบกพร่อง เพราะเป็นตำรวจระดับสถานีอำเภอก็ทำได้แค่นี้ พอถึงระดับจังหวัด ระดับภาคก็จะมีความรู้สามารถสูงขึ้นอีก จึงต้องมีอะไรไปเติมเต็มและมีทางสืบสวนกันต่อไป

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีดังกล่าวใหม่ มี พ.ต.อ.สม วาโย ผกก.สอบสวน ภ.จ.อุดรธานี เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้เรียกพยานต่างที่อยู่ในสำนวน มาสอบสวนใหม่ 2-3 คน และจะต้องสอบให้ครบ เพื่อหาสาเหตุการอุ้ม และมูลเหตุจูงใจที่ทำให้นายวีระศักดิ์หายไปนั้น ที่บอกว่าเป็นเรื่องชู้สาว เราจะต้องไปพิสูจน์ให้ได้ว่ามาจากมูลเหตุที่ชัดเจนเสียก่อน ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุที่พยานเห็นว่ามี 4-5 คน ตำรวจยังไม่ได้เจาะจงหรือสงสัยว่าเป็นกลุ่มใด

สำหรับวิธีการอุ้มของคนร้าย มีลักษณะการทำงานเป็นระบบ จึงต้องไปคิดถึงกลุ่มหรือแก๊ง องค์อาชญากรรมว่าใคร กลุ่มผู้ต้องสงสัยเป็นกลุ่มกว้างๆ ยังสัมผัสไม่ได้ ส่วนรถที่ใช้ก่อเหตุก็ยังห่าง ทางการสืบสวนเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายจะต้องมาซุ่มดูก่อน และขณะที่นายวีระศักดิ์หนีกลับไปบ้านที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรานี ญาติบอกว่าเหมือนมีรถต้องสงสัยไปแวะเวียน แต่ก็พิสูจน์ยากเพราะขณะนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดมาให้ดู คนร้ายมี 4-5 คน เชื่อว่าเป็นคนต่างถิ่น เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ส่วนภาพสเก็ตช์ของคนร้าย ถือว่าเป็นแค่แนวทางการสืบสวน

หลังปิดคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางนางบังอร ทองอ่อน เจ้าแม่เงินกู้แล้ว พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบช.ภ.4 บอกในที่ประชุมว่า คดีนี้มีประเด็นที่เราจะเดินได้ เห็นว่าอย่างที่บอกว่า ถ้าเราจะดำเนินคดีกับใครในเรื่องการอุ้ม มันมีต้นเรื่องคือการอุ้มเอาตัวไปจากที่ไหน ก็จะได้ดำเนินคดีเรื่องการหน่วงเหนี่ยวกักขังเพราะมีข้อหาให้เดิน จึงใช้เป็นแนวทางในการสืบสวน เราใช้เป็นแนวทางการสืบสวนใน 5 คดี อาจจะเป็นผู้ต้องหากลุ่มเดียวกัน เราจะใช้ประโยชน์ทั้ง 5 คดี เดินไปหากลุ่มผู้ต้องหา ส่วนผู้ต้องสงสัยยังไม่เรียกมาสอบ เพราะยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัด เหตุเกิด 8 ปี ถือว่าสืบสวนยากมาก”

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องญาติของนางบังอร ทองอ่อน เจ้าแม่เงินกู้ที่ยังติดใจว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 2 คน คือต้องมีนางนกต่อล่อให้นางบังอรออกไปฆ่า ถือว่ามันเป็นความรู้สึก ว่ามีคนร่วมมือ มีคนบงการ มีนางนกต่อ มันไม่ใช่ โดยตำรวจเดินมาจนสุดแล้ว ระดมทีมกันออกไปทำงานขนาดนี้ ผู้ต้องหาก็รับสารภาพอยู่แล้วว่า เขาทำกัน 2 คน มันไม่จำเป็นต้องมีผู้บงการเลย ไม่จำเป็นต้องมีนกต่อ เพราะว่าแค่ไปเฝ้าดูพฤติกรรมผู้ตาย คนร้ายรู้ว่าทุกวันนางบังอรจะต้องมารดน้ำต้นไม้ มาดายหญ้าเป็นประจำทุกวัน คนร้ายมาทำงานได้เลย ไม่ต้องมีนายบุญหนาก็ลงมือได้ด้วยซ้ำไป ในคดีนี้ทางการสืบสวนจบแล้ว ไม่มีพยานหลักฐานเป็นอย่างอื่น คิดกันเอง รู้สึกกันเอง ไม่มีประโยชน์ เป็นอันว่าคดีจบแล้ว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้