ตร.อุดรฯจับแก๊งอินเดีย ต้มเพื่อนร่วมชาติทำงานในไทย

ตร.อุดรฯจับแก๊งอินเดีย ต้มเพื่อนร่วมชาติทำงานในไทย

157
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 21 พฤษภาคม59 เวลา 11.30 น. ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ทท. 5 กก. 3 บก.ทท. พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พุทธพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา สว.งานสืบสวน กก.3 บก.ทท. พ.ต.ท.อัมรินทร์ อยู่เย็น สว.ส.ทท.5 กก.3 บก.ทท. ร.ต.อ.อรรคพล ยี่เกาะ รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แถลงข่าวจับกุม MR.VINEETH UNNIKRISHNAN อายุ 30 ปี และ MR.ANOOJ MOTTAMMAL อายุ 25 ปี แก๊งต้มตุ๋นสัญชาติอินเดีย ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกง” พร้อมของกลาง เอกสารการหลอกจัดหางาน จำนวน 1 ชุด และหนังสือเดินทาง จำนวน 2 เล่ม

13240601_1135376486484592_3543552439176029147_n

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา เปิดเผยว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ร.ต.อ.อลงกรณ์ ภูขะมา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองฺอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มี MR.SUJITH CHENGATHUR อายุ 27 ปี และ MR.ABIN VARKEY อายุ 21 ปี ชาวประเทศอินเดีย พร้อมตำรวจท่องเที่ยวนำเข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูก MR.VINEETH UNNIKRISHNAN อายุ 30 ปี และ MR.ANOOJ MOTTAMMAL อายุ 25 ปี สัญชาติอินเดีย หรอกให้เดินทางด้วยเครื่องบินมาจากสนามบินเมือง KOCHI ประเทศอินเดีย เพื่อมาทำงานเกี่ยวกับเดินสายอินเตอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์ ในประเทศไทย และต้องเสียค่าดำเนินการคนละ 1,200 ดอลล่าร์/สหรัฐ โดยอ้างว่ารายได้งามตกเดือนละ 1,000 ดอลล่าร์/สหรัฐ หรือเกือบ 40,000 บาท

13230232_1135376483151259_3474300447359895598_n

โดยนัดพบและส่งมอบเงินกันที่ หน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้า สนามบินนานาชาติอุดรธานี เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก่อนว่าจ้างแท็กซี่ให้ไปส่งพวกตนเข้าที่พัก โรงแรมอุดรแอร์พอตท์ ห่างจากสนามบินประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนบอกว่าจะรีบไปเตรียมเอกสารการทำงานให้แล้วเสร็จ และจะมารับพวกตนไปทำงานช่วงบ่ายในวันรุ่งขึ้น แต่พอถึงเวลานัดหมายไม่เห็นมาตามนัด โทรศัพท์ก็ไม่รับสาย รอจนเย็นค่ำก็ไม่เห็นโผล่ จึงพากันไปที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ก่อนมาแจ้งความดำเนินคดีต่อคนร้ายทั้งสองคนซึ่งเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน ที่ สภ.เมืองอุดรธานี และขอให้ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ประสานงานกับสถานทูตประเทศอินเดียในประเทศไทย ให้ความช่วยเหลือค่าเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด เนื่องจากพวกตนเหลือเงินเพียงคนละ 700 บาทเท่านั้น

ส่วนพฤติการณ์ของคนร้ายแก๊งนี้ ซึ่งทางตำรวจเชื่อว่า ต้องมีการติดต่อประสานงานกันเป็นกลุ่มก้อน หรอกผู้เสียหายโดยการส่งโบชัวร์ ไปทางอีเมลล์ของโรงเรียนที่ผู้เสียหายศึกษาเพิ่งจบ และต้องการงานทำเพื่อช่วนเหลือทางครอบครัว โดยในโบชัวร์กล่าวอ้างพาดพิงถึงบริษัทมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ต้องการพนักงานเข้าทำงานหลายตำแหน่ง พวกตนจึงหลงเชื่อ เพราะเห็นว่ารายได้ดี และคนติดต่อก็เป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน ศาสนาเดียวกันด้วย ก่อนนำเรื่องนี้ไปปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง นำบ้านและที่ดินที่นา เข้าธนาคารกู้เงินออกมาคนละ 2,000 ดอลล่าร์/สหรัฐ เพื่อเป็นค่าเดินทาง ค่านายหน้า และค่าใช้จ่ายระหว่างรองานที่ตัวเองใฝ่ฝันในประเทศไทย หลังพวกตนจบการศึกษาวิชาชีพ ในระดับชั้น ปวช.และปวส. ในโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย

ต่อมาตำรวจท่องเที่ยวได้ประสานงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เมืองหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียงที่มีแนวเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว หลังจากสอบสวนผู้เสียหายจนทราบชื่อและรูปพรรณของคนร้ายที่ได้จากกล้องวงจรปิดของสนามบินนานาชาติอุดรธานี ขณะผู้เสียหายจ่ายเงินให้คนร้าย กระทั่งเวลา 17.30 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตำรวจ ตม.หนองคาย แจ้งมาว่าพบคนร้ายทั้งสองคนถือหนังสือเดินทางข้ามมาจาก สปป.ลาว เพื่อขอเดินทางเข้าประเทศไทย ขณะนี้ได้ควบคุมตัวคนร้ายทั้งสองไว้แล้ว ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี และตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จึงเดินทางไปรับตัวมาทำการสอบสวน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้เอาเงินจากผู้เสียหายคนละ 1,200 ดอลล่าร์ จริง เนื่องจากพวกตนทำหน้าที่เป็นนายหน้าหางานให้ผู้เสียหายทั้งสองคน จึงต้องมีค่าดำเนินการและค่าใช้จ่าย แต่ความจริงตนจะรับมาทำงานที่ สปป.ลาว เนื่องจากตนมีธุรกิจเปิดร้านอาหารในนครเวียงจันทร์ สปป.ลาว ได้ราว 1 ปี หากตนแจ้งหรือบอกว่ามาทำงานในประเทศ สปป.ลาว ผู้เสียหายจะไม่ให้ความสนใจและเดินทางมาทำงานที่ร้านอาหารกับตน และส่วนที่ตนหรอกว่ามีงานทำในประเทศไทยที่บริษัทดังกล่าวนั้น เป็นความคิดของตนที่จะดึงดูดความสนใจในราคาจ้างที่สูง และประเทศไทยเป็นประเทศที่ชาวอินเดียให้ความสนใจในการมาค้าแรงงานประเทศหนึ่งในอาเซียน และที่ตนหวนกลับเข้ามาประเทศไทยหลังหลบหนีกบดานที่ สปป.ลาว และถูกจับกุมตัวได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เพราะข้ามมาหาแฟนสาวที่เพิ่งคบกันในตัวเมืองอุดรธานี

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้