รวบแก๊งไทย-ลาวขายยาบ้า 4.4 หมื่นเม็ดมูลค่า 3 ล้านบาท

รวบแก๊งไทย-ลาวขายยาบ้า 4.4 หมื่นเม็ดมูลค่า 3 ล้านบาท

694
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 13 มิถุนายน 59 เวลา 11.30 น. พ.ต.อ.พรหมณัฎฐเขต ฮามอำไพ, พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ,พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้ทำการแถลงข่าวจับกุมแก๊งยาบ้าไทย-ลาว ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ สินทิพลา อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 6 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี , นายคมเพชร บริกุล อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 499 หมู่ 4 บ้านดงเค็ง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี และ นายยุทธจักร หรือหม่ำ จันทะลิมี อายุ 27 ปี ราษฎรชาวนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ของกลางยาบ้า 44,207 เม็ด ยาไอซ์ 41.5 กรัม ในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

13406863_1151476151541292_6308974214828881454_n 13445576_1151476154874625_8465555365643127948_n

พ.ต.อ.พรหมณัฎฐเขต ฮามอำไพ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ก่อหน้านี้ ตำรวจได้ทำการจับกุมนายณัฐวุฒิ ขณะเสพยาบ้าอยู่ภายในบ้าน พร้อมของกลางยาบ้า 8 เม็ด สารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากนายคมเพชร หรือ “เล็ก ดงเค็ง “ พ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ใน จ.อุดรธานี จึงวางแผนล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งยาบ้าที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อนายคมเพชรมาส่งยาบ้า ตำรวจจึงเข้าจับกุม ได้พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด จึงควบคุมตัวมาโรงพัก

จากนั้นได้ทำการขยายผลทราบจะมีพ่อค้ายาบ้าชาวลาวทราบชื่อภายหลังว่านายยุทธจักร หรือหม่ำ จันทะลิมี นำยาบ้าข้ามฝั่งมาขึ้นที่บ้านโพนแพง ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เข้ามาขายในเขต จ.อุดรธานี ตำรวจได้วางแผนจับกุม โดยให้สายลับของตำรวจ ไปเป็นคนขับรถ พร้อมกับรับพ่อค้ายาบ้าชาวลาวคนดังกล่าว ก่อนที่จะทำการขับรถสะกดรอยติดตาม พบนายยุทธจักร สะพายกระเป๋าเป้สีดำ ขึ้นมาจากท่าน้ำบ้านโพนแพง แล้วขึ้นรถยนต์กระบะของสายลับ ก่อนขับมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง จ.หนองคาย ตำรวจชุดจับกุมได้ขับรถติดตามมาเรื่อยๆ

จนถึงหน้าโรงกลั่นสุราขาว อ.เมือง จ.หนองคาย ตำรวจจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ และเข้าตรวจค้น พบยาบ้า 40,199 เม็ด ยาไอซ์ 41.5 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้สีดำ จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวน นายยุทธจักร ให้การรับสารภาพว่า ตนรับจากส่งยาบ้าและยาไอซ์ มูลค่า 3 ล้านบาท มาจากนายทอน ชาวลาว เพื่อนำมาส่งลูกค้าในเขต จ.อุดรธานี เมื่อส่งเสร็จตนจะได้ค่าจ้าง 5,000 บาท ซึ่งตนมาหลายครั้งแล้วกระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้