ชาวอุดรฯ หันมาทำนาหว่านเพราะใช้น้ำน้อยกว่าดำนา

ชาวอุดรฯ หันมาทำนาหว่านเพราะใช้น้ำน้อยกว่าดำนา

63
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

13465999_1156715927683981_1787113395359226380_n

วันที่21 มิถุนายน 59 เวลา09.00 น. ชาวนาที่บ้านเพีย ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี หลังจากได้ทำการไถฮุดพรวนดินในแปลงนาของตนเอง ก็ได้เริ่มหว่านเม็ดพันธุ์ข้าวหรือทำนาหว่าน เพราะ ในยุคปัจจุบันค่าครองชีพสูงอะไรก็แพงไปหมด ซึ่งอาชีพการทำนาเปรียบเสมือนเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ก็หนีไม่พ้นผลกระทบของวิกฤตต้นทุนในการปลูกข้าวสูงขึ้นมาเช่นเดียวกัน ซึ่งได้มีปรับเปลี่ยนจากวิธีดำนา มาเป็นวิธีทำนาหว่านแทน เนื่องจากประหยัดแรงงาน เวลาและค่าใช้จ่ายด้วย อีกทั้งการดำนามีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่สำคัญใช้น้ำมากกว่า

นายทองดี วงษา อายุ52ปี อยู่บ้านเลขที่116 หมู่ 7 ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ตนเองยึดอาชีพทำนามาทั้งชีวิต ซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าวทำนาจำนวน10 ไร่ โดยทุกปีจะปลูกข้าวใช้วิธีนาดำ เพราะจะได้ผลผลิตดีกว่า แต่มาเมื่อ2 ปี ที่ผ่านมาได้งดทำนาปรัง เพราะทางรัฐบาลประกาศ ให้หยุดทำหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เกิดวิกฤตภัยแล้ง ซึ่งปีนี้ในปลูกข้าวทำนาปี ตนและชาวนาในพื้นที่จึงหันมาปลูกข้าวทำนาหว่านแทน เพราะใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกข้าวทำนาดำ และไม่ยุ่งยากต้นทุนการปลูกข้าวก็น้อยกว่า
นายทองดี วงษา กล่าวว่า ปกติถ้าเราใช้วิธีดำนา จะได้ข้าวไร่ละ1 ตัน แต่พอมาทำนาหว่านแทน จะได้ข้าวไม่ถึงตันต่อไร่ ซึ่งการทำนาหว่านถ้าไม่มีน้ำท่วมขังในแปลงนาก็สามารถหว่านเม็ดข้าวได้ แต่การดำนา ถ้าไม่มีน้ำ ก็ไม่สามารถนำต้นกล้าข้าวมาปักดำนาในพื้นนาได้ เพราะในตอนนี้ฝนก็ได้ทำการทิ้งช่วง อีกทั้งทางชลประทานก็ไม่ปล่อยน้ำออกมาด้วย หวังว่าในปีนี้ ฝนจะตกลง ในช่วงฤดูทำนาดังกล่าว

13450121_1156715924350648_6526366700497243524_n

สำหรับสถานการณ์น้ำของสำนักงานชลประทานจังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง และฝายกุมภวาปี มีน้ำเก็บกักอยู่ในอ่างเก็ยน้ำทั้ง 2 แห่ง จำนวน 85.825 ล้าน ลบ.ม.หรือ 26.13% โดยแยกเป็นอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงจำนวน 16.802 ล้าน ลบ.ม. หรือ 12.39% ต่ำกว่าเกณฑ์กำหนด ซึ่งฝายกุมภวาปี มีน้ำเก็บกักอยู่ จำนวน 69.023 ล้าน ลบ.ม.หรทิ 67.67% สูงกว่าเกณฑ์กำหนด

อ่างเก็บน้ำห้วยหลวงนั้น มีรายงานว่ามีน้ำฝนที่ตกลงมาในช่วงที่ผ่านมานั้น ไหลลงอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนหนึ่งก็ไหลลงพื้นที่ดิน เนื่องเพราะที่ผ่านมานั้นเกิดภาวะแล้ง ดินแห้ง ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว ยังทำให้เขื่อนเก็บน้ำห้วยหลวง ยังไม่มีการเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 4 บาน ส่งน้ำให้แก่พื้นที่ในเขตฃลประทาน

นายสาธิต สินพานิฃ รองผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ กล่าวว่า ขณะนี้ในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงมีน้ำเก็บอยู่จำนวน 16.802 ล้าน ลบ.ม.ถือว่าค่อนข้างน้อย ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดน้ำ เพื่อใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ และคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกลงมาในช่วงเวลาต่อไปนี้ แต่ก็ไม่สามารถคาดหมายได้ว่าจะตกมากน้อยเท่าไหร่ เนื่องจากสถานการณ์ของธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้