จ.อุดรฯ เปิดโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งแรก นักเรียนบางคนที่มาเรียนถึงกับนำหมากมาตำกินด้วย หรือพกยาดมมาด้วย

จ.อุดรฯ เปิดโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งแรก นักเรียนบางคนที่มาเรียนถึงกับนำหมากมาตำกินด้วย หรือพกยาดมมาด้วย

1670
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 1 สิงหาคม 2559 เวลา 09.45 น.ที่อาคารอเนกประสงค์ ของ อบต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้มาเป็นประธานเปิดโรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลนาพู่ โดยมี พลตรีอำนวย จุลโนนยาง ผบช.มทบ.ที่ 24 ,นายภูมิพัฒน์ ธนาสิทธิ์ตานนท์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด , นายพงษ์พันธ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอเพ็ญ และหัวส่วนราชการที่เกี่ยว เข้าร่วมงานครั้งนี้

โดยมีผู้สูงอายุในตำบลนาพู่ มาสมัครเป็นนักเรียน จำนวน 400 คน ซึ่งโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลนาพู่ ถือว่าเป็นโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี จะเป็นการนำร่องในการเปิดโรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งได้ดำเนินการภายใต้นโยบายของ กรมกิจการผู้สูงอายุ ของ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ และให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ อันที่จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ในส่วนผู้สูงอายุที่เป็นนักเรียน ทุกคนจะสวมชุดนักเรียน มีใบหน้ายิ้มแจ่มใส ทุกคนตื่นเต้นที่ได้กลับมาเรียน เหมือนในสมัยที่ตนเองตอนยังเป็นเด็ก บางคนถึงกับนำหมากมาตำเคี้ยวกิน ภายในห้องเรียน หรือบางคนถึงกับพกยาดมยาหอมมาด้วย แล้วนำมาดมเพราะกลัวว่าตนเองจะเป็นลมเสียก่อน แต่ทุกคนมาด้วยความเต็มใจและได้พบปะกันของคนวัยเดียวกัน

นายอำนวย อินทรธิราช นายก อบต.นาพู่ เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ให้ผู้สูงอายุได้เข้าสู่สังคม ทำกิจกรรมเป็นหมู่คณะ เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน ภายใต้คำขวัญที่ว่า”แก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีคุณภาพ โดยโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลนาพู่ อ.เพ็ญ แห่งนี้ กำหนดให้ผู้เรียนสูงอายุแต่งกายใส่ชุดนักเรียน โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากเครือข่ายหมุนเวียนมาทำการบรรยาย วิชาการต่างๆตามหลักสูตรที่ทางโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลนาพู่และคณะกรรมการศึกษา จัดทำขึ้นมา โดยเน้นเรื่องของความสุขและเสียงหัวเราะของผู้สูงอายุ เป็นที่สำคัญ

13873105_1183481145007459_8642711802446135377_nนายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2547 และจะเป็นสังคมของผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในปี 2567 หรือ อีก 8 ปีข้างหน้า ขอชื่นชม อบต.นาพู่ อ.เพ็ญ ที่ให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ควรค่าแก่การรักษา และทำนุบำรุงดูแล ให้มีชีวิตที่ดี ตามวัยของผู้อาวุโส ทั้งยังเป็นการสนองนโยบายของกรมกิจการผู้สูงอายุ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์กรชุมชน ที่มีเป้าหมายและเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดัน ให้มีโรงเรียนผู้สูงอายุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากที่สุด

ในการดำเนินการภายใต้โรงเรียนผู้สูงอายุ ต้องมีการบูรณาการ แบบมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในแนวคิดที่ว่า”ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้าง” และต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาผู้สูงอายุอย่างเป็นองค์รวม โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำกิจกรรม 3 อ. คือ อาหาร อารมณ์ และออกกำลังกาย ในปัจจุบันนี้จากตัวเลขวิเคราะห์ของนักวิชาการ

สำหรับประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี ขึ้นไปประมาณ 20% หรือประมาณ 13 ล้านคน จากประชากรไทย 68 ล้านคน จึงน่าเป็นห่วงในประเด็นนี้มาก เนื่องจากในปัจจุบันมีความเจริญด้านการแพทย์และคนไทยควบคุมการเกิด บางครอบครัวแต่งงานแล้วไม่ยอมมีลูก หลาน เอาไว้เพื่อคอยดูแลตอน พ่อ แม่ ยามที่ท่านแก่เฒ่าลง ดังนั้นโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลนาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี จะเป็นโรงเรียนผู้สูงอายุในโครงการนำร่องจำนวน 18 แห่ง ของ อปท.ในจังหวัดอุดรธานี

นายเรวัตร อินทรสงเคราะห์ อายุ65 ปี อยู่บ้านเลขที่52 หมู่4 ต.นาภู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ครูใหญ่โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลนาภู่ กล่าวว่า โรงเรียนผู้สูงอายุ มีหลักสูตรการเรียนการสอน ในเดือนหนึ่ง ให้มาเรียนอยู่2วัน คือวันที่1 และวันที่16 ของทุกเดือน โดยจะใช้อาคารอเนกประสงค์ ของ อบต.นาพู่ เป็นอาคารเรียน
ซึ่งเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพออกกาลัง เรียนรู้วีถีชีวิตและภูมิปัญญาในท้องถิ่นของคนอีสาน ที่สำคัญให้รู้จักการใช้ยาสมุนไพร เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย การออกกำลังกายที่ถูกวิธี โดยจะทำให้ผู้สูงอายุ ไม่เครียด ไม่เป็นโรคซึมเศร้า คิดว่าตนเองอยู่คนเดียว เนื่องจากลูกหลานไม่อยู่ด้วยไปทำงานกันหมดคิดว่าตนเองถูกทิ้ง ทั้งนี้เพื่อจะเป็นลดสาเหตุการคิดสั้นหรือฆ่าตัวตายดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้