ชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมอุดรฯ ถูกปลอมเอกสารไปเงินกู้เงิน กยศ.

ชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมอุดรฯ ถูกปลอมเอกสารไปเงินกู้เงิน กยศ.

1411
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 16 ส.ค.2559 เวลา 12.30 น.ที่ศูนย์ดำรงธรรมศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นางสุกัญญา หนูสิน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 426 ม.11 บ้านทางพาด ต.นาม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พร้อมกับพวกอีก 3 คนและ นายกู้เกียรติ์ คำแจะ ทนายความ พร้อมเอกสารหมายเรียกของศาล ให้ไปทำการแก้ต่างในกรณีที่ศาลแจ้งว่าเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้เงินแก่ผู้กู้เงินเรียน กยศ.และเป็นจำเลยกู้เงินเรียน กยศ. แล้วไม่ได้ชำระแก่ กยศ.ตามกำหนด เข้ายื่นเรื่องราวร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากพวกตนส่วนหนึ่งไม่เคยเข้าเรียนในสถานศึกษาดังกล่าว และเป็นไปได้อย่างไรที่พวกตนจะกลายเป็นทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกันในเวลาเดียวกัน
นางสุกัญญา หนูสิน ซึ่งตกเป็นจำเลยทั้งเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ให้กับผู้กู้เงินเรียน กยศ.และเป็นจำเลยกรณีเป็นผู้กู้ด้วย เปิดเผย ตนไม่เคยเข้าเรียนทีโรงเรียนเทคโนโลยีน้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานีอุดรธานี แต่อย่างใด โดยประมาณ 10 ปี ที่ผ่านมา ได้มีผู้ชายซึ่งอ้างว่าเป็นอาจารย์ ของมหาลับ จำชื่อไม่ได้เพราะนานมาแล้ว ไม่ได้รู้จัก มาหาที่ร้านขายของชำของตน ชักชวนให้ตนไปสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนเทคโนโลยีน้ำโสมฯ ซึ่งตนปฏิเสธบอกว่าไม่มีเวลาไปเรียนเพราะต้องดูแลร้าน แต่อาจารย์คนนั้นได้ขยั้นขยอ และตื้ออยู่นานหลายชั่วโมง ไม่ยอมไปไหน พร้อมทั้งบอกว่าอาทิตย์ไปเรียนเพียงแค่วันเดียว
จากนั้นตนตัดความลำคาญ จึงได้มอบ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ให้เขาไป โดยได้เซ็นชื่อรับรองสำเนาด้วย ซึ่งตนก็ไม่เคยไปติดต่อกับสถานศึกษา หรือไม่เคยไปเรียนเลย
ต่อมาตนได้ย้ายออกจาก อ.น้ำโสมไปประกอบอาชีพค้าขายที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่ ตามสามี และเมื่อประมาณปลายเดือนกรกฏาคม 2559 ก็ได้รับหมายศาลจังหวัดขอนแก่น แจ้งว่าเป็นจำเลยฐานไม่ได้ชำระเงินกู้เรียน กยศ. เป็นเงิน 41,000 บาท และเป็นจำเลยฐานเป็นผู้ค้ำประกันผู้กู้ อีกจำนวน 61,000 บาท
นางสุกัญญาฯ กล่าวว่า ตนแปลกใจมาก เพราะตนเองก็ไม่ได้ไปเรียนในสถานศึกษาดังกล่าว แต่มีเอกสารสัญญาว่าได้กู้เงิน กยศ.มาเรียนและยิ่งแปลกใจมากไปกว่านั้นก็คือ ตนตกเป็นจำเลยในฐานของผู้ค้ำประกันผู้กู้เงินเรียน กยศ.อีกด้วย ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร ที่คนเดียวกัน จะเป็นทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกัน ได้อย่างไร
ส่วนนายรหัส หองศูนย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 241ม.1 บ้านนางัว ต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี กล่าวว่าว่า เมื่อพ.ศ. 2548 ที่ผ่านมาตนได้ไปสมัครเรียนต่อที่โรงเรียนเทคโนโลยีน้ำโสม ในชั้น ปวช. ซี่งทางโรงเรียนได้มอบเอกสารและระเบียบการกู้เงินเรียน กยศ.กับตน แต่ตนก็ไม่เคยได้ยื่นขอกู้แต่อย่างใด และตนเรียนตามปกติจนจบการศึกษา แต่เมื่อประมาณเดือนกรกฏาคม 2559 ที่ผ่าน ตนก็ได้รับหมายศาลจังหวัดอุดรธานี แจ้งว่าตกเป็นจำเลยในฐานของผู้กู้เงินเรียน กยศ. แต่ไม่ได้ชำระตามกำหนดเป็นเงิน 41,000 บาท และต่อเมื่อวานนี้ก็ได้รับหมายศาลจังหวัดอุดรธานี อีกฉบับหนึ่งเป็นจำเลยในฐานของผู้ค้ำประกันเงินกู้ จำนวน 61,000 บาท ซึ่งตนยืนยันว่า ตนไม่เคยกู้เงินเรียน กยศ.แต่อย่างใด และตนไม่ได้รู้เรื่องกับการค้ำประกันผู้กู้เรียนกยศ. ด้วย พร้อมระบุว่าชื่อของคนกู้ที่ตนเป็นผู้ค้ำประกันให้ ตนไม่เคยรู้จักด้วย
ทางด้านนายกู้เกียรติ์ คำแจะ ทนายความ กล่าวว่า จุดที่น่าเป็นข้อผิดพลาดในเอกสารการยื่นขอกู้เงินเรียน กยศ.หลายจุด เช่นผู้กู้กับผู้ค้ำประกันเป็นคนคนเดียวกัน รายเซ็นต์ในเอกสารบางฉบับเป็นตัวเขียน บางฉบับเป็นลายเซ็น ซึ่งทางผู้ที่ได้รับหมายศาล ต่างก็ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้ค้ำประกันและเป็นผู้กู้เงินเรียน กยศ. แต่อย่างใด จึงได้พาเข้าทำการร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้