หนุ่มอุดรฯ ติดคุกไม่เข็ดออกมากระชากสร้อยทอง 4 ครั้ง อ้างหาเงินเสพยาบ้า

หนุ่มอุดรฯ ติดคุกไม่เข็ดออกมากระชากสร้อยทอง 4 ครั้ง อ้างหาเงินเสพยาบ้า

2719
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 26 สิงหาคม เวลา 10.30 น. ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ,พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุมนายมานิต อินทรีจ่าง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 8 บ้านดงผักหนาม ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยกล่าวหา “วิ่งราวทรัพย์” โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก ก่อนควบคุมตัวมาโรงพัก โดยมีผู้เสียหาย2 ราย มาชี้ตัวว่าเป็นคนร้ายกระชากสร้อยคอทอง ของตนเอง

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 11 สิงหาคม เวลา 16.55 น. ร.ต.อ.กฤติเดช จันทร์ลา รอง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.สิริพร ไชยเลิศ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 216 หมู่ 5 บ้านหนองตอ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปรับลูกกลับจากโรงเรียน มาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 30-35 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่สวมหมวกกันน๊อคทั้งสองคน เข้ามาประกบดึงเอาสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมจี้ทอง หลบหนีไป จึงมาแจ้งตำรวจ

จากการสอบสวนนายมานิต ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับนายนิติภูมิ วงษ์เสียงดัง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 5 บ้านดู่ ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งถูกตำรวจจับไปก่อนหน้านี้ ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์จริง โดยเมื่อปี 2554 ตนและนายนิติภูมิ เคยร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในเขต อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ถูกตำรวจจับติดคุก 3 ปี พ้นโทษออกมาพร้อมกันเมื่อปี 2556 ตนออกมาขับรถรับจ้างส่งสินค้าในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้ค่าจ้างวันละ 400 บาท แต่ตนเสพยาบ้าวันละ 2-3 เม็ด ทำให้เงินไม่พอใช้จ่าย

โดยพวกตนจึงได้ชวนกันออกวิ่งราวทรัพย์อีก แต่เน้นเหยื่อผู้หญิงที่สวมสร้อยคอทองคำ ตนจะเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีนายนิติภูมินั่งซ้อนท้าย ตระเวนหาเหยื่อ และลงมือในเขต อ.เมืองอุดรธานี 2 ครั้ง และ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี รวม 2 ครั้ง หลังได้สร้อยคอทองคำมา นายนิติภูมิจะนำไปขาย นำเงินมาแบ่งกัน ไปเที่ยวเตร่และซื้อยาบ้าเสพ เมื่อเงินหมดก็จะกลับมาก่อเหตุอีก จนกระทั่งมาถูกจับทั้งคู่

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า นายมานิต และนายนิติภูมิ วิ่งราวทรัพย์ในเขต อ.เมืองอุดรธานี และ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี รวม 4 ครั้ง โดยเปิดเผยใบหน้าแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ล่าสุดได้ก่อเหตุในเขต อ.เพ็ญ ทำให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้าได้ ตำรวจได้นำภาพผู้ต้องหาทั้งสองที่มีประวัติถูกจับข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ไปให้ผู้เสียหายดู ก็ชี้ยืนยันว่าทั้งสองเป็นคนร้าย เพราะจำใบหน้าได้ จึงเข้าจับกุมนายนิติภูมิ เป็นคนแรกและนำส่งฟ้องศาล ส่วนนายมานิต ไปอยู่บ้านแฟนสาวที่ อ.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี และย้อนกลับบ้าน จึงถูกตำรวจจับและผู้เสียหายทั้ง 2 เหตุ ได้เดินทางมาชี้ตัวยืนยันว่าเป็นคนร้ายวิ่งราวทรัพย์จริง

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้