จ.อุดรฯเดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรทฤษฏีใหม่ตามรอยพ่อหลวง งดใช้สารเคมีผลผลิต

จ.อุดรฯเดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรทฤษฏีใหม่ตามรอยพ่อหลวง งดใช้สารเคมีผลผลิต

42
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

จ.อุดรฯเดินหน้าขับเคลื่อนเกษตรทฤษฏีใหม่ตามรอยพ่อหลวง งดใช้สารเคมีผลผลิตออกมาจากจะได้มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ

วันที่ 12 ม.ค.2560 เวลา 11.20 น.ที่ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประ สิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร ตำบลนาดี อ.เมืองอุดรธานี นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้มาเป็นประธานในการมอบปัจจัยการเกษตรแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องผู้นำท้องถิ่น เกษตรกรที่ได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการ ของคณะทำงานขับเคลื่อนการเกษตรทฤษฏีใหม่ ระดับจังหวัด ในเรื่องของความรู้ การทำการเกษตรแนวทางทฤษฏีใหม่ จำนวน 1,120 คน

นางวราภรณ์ อิ่มแสงจันทร์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 และเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรนำแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ มาปรับใช้ในการทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเองตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับพื้นที่ของเกษตรกร ตลอดจนเพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถลดรายจ่าย พึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายทั่วประเทศ 70,000 ราย

โดยจังหวัดอุดรธานี ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการทฤษฏีใหม่ ระดับจังหวัด เพื่อให้การทำการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วทั้ง 20 อำเภอ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯจำนวน 1,120 คน ซึ่งวันนี้ได้มีการมอบไก่พันธ์เนื้อ ,ไก่พันธ์ไข่ ,เป็ดพันธ์ไข่ ,พันธ์ปลาและต้นไม่เมล็ดพันธ์ผากสวนครัว แก่เกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการนำไปต่อยอด

นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพล อดุลเดช ราชกาลที่9 ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคงและยั่งยืน ทรงคิดค้นเกษตรทฤษฏีใหม่ เพื่อแก้ไขการทำการเกษตรกรรมที่ไม่ได้ผลในพื้นที่เกษตรแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะการประกอบอาชีพทางการเกษตรโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก มีความเสียงสูงในการขาดแคลนน้ำฝนในกรณีที่ฝนเกิดทิ้งช่วง

ในส่วนของจังหวัดอุดรธานี ที่เป็นจังหวัดใหญ่มีพื้นที่การเกษตรกรรมมากถึง 4.5 ล้านไร่ ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นเกษตรกร และส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย และส่วนใหญ่ก็ทำการเกษตรเชิงเดียว และปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับพันธ์ชนิดนั้นๆ มีพืชเศรษฐกิจหลักคือ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ ยางพารา

ดังนั้นการทำการเกษตรแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ จึงจำเป็นและมีประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างยิ่ง เพราะการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ก็คือการทำการเกษตรผสมผสาน ปลูกทุกอย่าง เพื่อกินในครัวเรือนเป็นหลัก มีการสร้างแหล่งอาหารที่หลากหลาย เหลือกินจึงนำเอาไปขาย และการทำการเกษตรตามแนวทางทฤษฏีใหม่ เป็นการทำการเกษตรกรรมในพื้นที่ ที่มีพื้นที่ทำกินน้อย แต่มีการบริหารจัดการพื้นที่ ที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญ ในการทำเกษตรงดการใช้สารเคมี ไม่ควรเน้นให้ปริมาณผลผลิตออกมาจำนวนมาก ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนผลผลิตออกมาจะได้มีคุณภาพและปลอดจากสารพิษหรือสารเคมีดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้