รวบตัวหนุ่มเณรคุณขึ้นบ้านผู้มีพระคุณ ไม่แตกต่างเหมือนชาวกับงูเห่า

รวบตัวหนุ่มเณรคุณขึ้นบ้านผู้มีพระคุณ ไม่แตกต่างเหมือนชาวกับงูเห่า

39
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

รวบตัวหนุ่มเณรคุณขึ้นบ้านผู้มีพระคุณ ไม่แตกต่างเหมือนชาวกับงูเห่ากล้องวงจรปิดสามารถบันภาพไว้ได้

วันที่20 มกราคม 60 เวลา12.30 น. ร.ต.อ.อนุพงศ์ บุญนาน รองสารวัตร สอบสวน สภ.โนนสูง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุมีคนร้ายเข้าไปในบ้านเลขที่85/4 ซอยพิทักษ์เสรีชน 1 หมู่4 ตำบลหนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี โดยดาบตำรวจบุญเลิศ ยาโสภา หัวหน้าเขตงานหนองบัว ,ตำรวจจราจร สภ.เมืองอุดรธานี และตำรวจอาสา ทำการควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้ จากนั้นรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวพบตัวคนร้ายทราบชื่อนายวิมล มูลทา อายุ37 ปี อยู่บ้านเลขที่121 หมู่6 ตำบลนาข่า อ.เมืองอุดรธานี มีเงินสดอยู่ในตัวจำนวน 350 บาท กาแฟสำเร็จรูป จำนวน 5 ซอง ส่วนผู้เสียหายเจ้าของบ้านคือนายปิยศาสตน์ ศรีศักดิ์ อายุ41ปี พ่อค้าขายอาหาร ในโรงเรียน และห้างสรรพสินค้า ในตัวเมืองอุดรธานี

จากนั้นตำรวจได้นำตัวนายวิมล มูลทา พาไปชี้จุดที่เข้าไป ในห้องครัวหลังบ้าน ก่อนที่ปีนขึ้นไปบนฝ้าเพดา แล้วคานไปยังห้องนอนผู้เสียหาย ก่อนที่เปิดฝ้าเพดานแล้วลงไป ทำการรื้อค้นหาทรัพย์สินที่มาค่า โดยได้หยิบเอาเงินจำนวน 350 บาท ที่วางไว้หัวเตียงนอนและกาแฟสำเร็จอีก5 ซอง ที่อยู่หลังบ้าน โดยภาพกล้องวงจรปิด ที่แอบติดตั้งไว้ในห้องโถง สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ ขณะเปิดฝ้าเพดาน ออกมาจากห้องนอนผู้เสียหาย แล้วได้หย่อนตัวลงมาเหยียบตู้เสื้อผ้า

นายปิยศาสตน์ ศรีศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ เงินสดที่อยู่ในบ้านได้หายไป2 ครั้ง ตนเลยไปปรึกษา เพื่อน จึงได้ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดแอบซ่อนไว้ ภายในห้องโถง เพื่อต้องการสืบรู้ว่าคนร้ายเป็นใคร โดยตั้งระบบกล้องวงจรปิด ถ้ามีวัตถุอะไรผ่านกล้อง จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนมายังโทรศัพท์มือถือของตน ทำให้สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ ขณะเข้าก่อมาก่อเหตุ ซึ่งตนกำลังขายอาหาร อยู่โรงเรียน จึงโทรแจ้งไปยังโรงพัก ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมตัวของคนร้ายพร้อมของกลาง ไว้ได้ดังกล่าว
ส่วนคนร้ายนั้นตนสงสารเขาไม่มีงานทำ จึงได้ช่วยเหลือเขา ด้วยกัน จ้างทำความสะอาดบริเวณหน้าบ้าน ตัดต้นไม้ เก็บขยะ ให้ครั้งละ300 บาทต่อวัน ซึ่งได้จ้างเขาทำงาน สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ทำงานให้ตนมาได้3-4 เดือน บางทีก็ให้สิ่งของพวกของกินแก่เขาด้วย แต่ไม่คิดว่านายวิมล มูลทา จะเป็นคนร้าย ไม่แตกต่างกันเลยเหมือนชาวนากับงูเห่า ที่ช่วยเหลือแล้วหันกลับมาทำร้ายผู้มีพระคุณ

นายวิมล มูลทา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้าได้แอบเข้ามาขโมยเงินภายในบ้านในบ้านผู้เสียหายถึงสองครั้ง ซึ่งตนก็นำไปใช้จ่ายชีวิตประจำวัน มาครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม เห็นผู้เสียหายออกจากบ้านไม่มีใครอยู่ จึงได้แอบเข้าไปในบ้านขโมยเงินในห้องนอน กำลังจะหลบหนีออกจากบ้านผู้เสียหาย แต่ก็มาถูกจับกุมได้ในที่สุด
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยังโรงพัก โดยแจ้งข้อหาบุกรุกในเคหะสถานและลักทรัพย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้