ชาวนาอุดรฯ หันมาปลูกแตงไทยสู้ภัยแล้ง สร้างรายได้อย่างงาม

ชาวนาอุดรฯ หันมาปลูกแตงไทยสู้ภัยแล้ง สร้างรายได้อย่างงาม

206
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ชาวนาอุดรฯ หันมาปลูกแตงไทยสู้ภัยแล้ง สร้างรายได้อย่างงาม

วันที่21 มีนาคม 60 เวลา09.00 น.ที่สวนแตงไทย บ้านหันเทา หมู่ 4 ตำบลปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี นางอ่อนตา ลงวงษ์ อายุ50ปี อยู่บ้านเลขที่50 หมู่ 4 ตำบลปะโค ได้เร่งเก็บผลผลิตแตงไทยขายออกสู้ตลาด ซึ่งกำลังเหลืองสุก เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของเกษตรกรที่ไม่ได้ปลูกข้าวนาปรัง หลังจากรัฐบาลได้ประกาศให้ปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน

นางอ่อนตา ลงวงษ์ เปิดเผยว่า ตนยึดอาชีพทำนาปลูกข้าวมาได้20 ปี จำนวน10 ไร่ แต่มา2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลให้ชาวนาให้งดทำนาปรัง หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวข้าวนาปีแล้ว ตนจึงได้หันมาปลูกแตงไทยเป็นพืชอายุสั้นแทน เนื่องจากต้นทุนในการปลูกใช้เงินน้อย โดยตนปลูกแตงไทยจำนวน2 ไร่ และมะเขือม่วงอีกครึ่งไร่ที่บริษัทเขาจ้าง

โดยเริ่มแรกซื้อเม็ดพันธ์แตงไทยมา 4 กระป๋อง เป็นเงิน400 บาท จ้างรถไถมาปรับหน้าดินและยกร่อง จำนวน2 ไร่ เป็นเงิน600 บาท ,ค่าปุ๋ยชีวภาพ จำนวน3 กระสอบ เป็นเงิน900 บาท หลังทำการปลูกแตงไทยแล้ว ต้องนำวัชพืช มาปลูกแซมเอาไว้ เพื่อป้องกันลูกแตงไทยที่ออกมาไม่เหยี่ยวเนื่องจากจะถูกแดดเผา ซึ่งใช้ระยะเวลาในการปลูกและเก็บผลผลิตออกขายได้ระยะ3เดือนหรือ90 วัน

นางอ่อนตา ลงวงษ์ กล่าวว่า จะมีพ่อค้าและแม่ค้า มารับซื้อแตงไทยถึงที่เอาไปขายต่อที่ตลาด บางส่วนตนก็เอาขายอยู่ที่หน้าสวน ลูกเล็กขายกิโลกรัมละ10 บาท ถ้าลูกใหญ่ขายกิโลกรัมละ15 บาท ซึ่งแตงไทยที่ตนปลูกไม่ใช้สารเคมี ปลอดสารพิษ โดยตนจะได้เงินไร่ละ10,000 -15,000 บาท ต่อไร่ หลังจากเก็บผลผลิตชุดนี้หมด ก็คงจะขยายพื้นที่ปลูกแตงไทยเพิ่ม ถือว่ารายได้ดี เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่ปลูกพืชใช้น้ำน้อยสู้ภัยแล้งดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้