ตร.ปอศ บุกจับสินค้าเครื่องเสียงละเมิดลิขสิทธิ์แบรนด์ดังมูลค่ารวม10 ล้านบาท กลางเมืองอุดรธานี

ตร.ปอศ บุกจับสินค้าเครื่องเสียงละเมิดลิขสิทธิ์แบรนด์ดังมูลค่ารวม10 ล้านบาท กลางเมืองอุดรธานี

719
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่29 มีนาคม 60 เวลา09.00 น. ร.ต.อ.สายัณห์ ภาณุศานต์ รอง สว.กก.4 ปอศ. พร้อมด้วยนายชยพล ศุภชาติวงศ์ ทนายความของบริษัท เราส์ แอนด์โค อินเตอร์ เนชั่นแนล และมิสเตอร์ ฟาบริซ แมทเท ชาวฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ทรัพย์สินทางปัญญา บริษัท อาแมนประจำประเทศไทย นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดอุดรธานี เข้าตรวจสอบร้านขายเครื่องเสียงและโกดังแห่งหนึ่ง ถ.อุดรดุษฎี ต.หมากแข็ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังทำการสืบทราบว่า เป็นแหล่งเก็บสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อดัง

จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของห้องเป็นร้านขายเครื่องเสียงชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี พบของกลางเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงยี่ห้อJBL,DBXและSHURE อยู่หลังร้านและโกดังรวม47 รายการ รวมทั้งสิ้น950 ชิ้น มูลค่าทั้งหมดรวม 10 ล้านบาท

ร.ต.อ.สายัณห์ ภาณุศานต์ รอง สว.กก.4 ปอศ. เปิดเผยว่า ในการเข้าตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับสินค้า ละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อสร้างภาพความเชื่อมั่นให้ประเทศไทย โดยนายชยพล ศุภชาติวงศ์ ทนายความของบริษัทผู้เสียหาย ได้มีการทราบว่าร้านดังกล่าว มีการนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อJBL,DBXและSHURE ออกขายตามเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก ในราคาถูกกว่าราคาปกติ

จากนั้นได้มาทำการประสาน ตร.ปอศ จึงวางแผนสืบสวนและหาข่าว ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ก่อนทำการติดต่อสั่งซื้อสินค้าจากทางร้าน ผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก มาหลายครั้งแล้ว ทำการตรวจสอบดูสินค้าพบว่าเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมีลูกค้าอยู่ทั่วภาคอีสาน จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดอุดรธานี ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นและพบกับสินค้าจำนวนมากดังกล่าว

นายชยพล ศุภชาติวงศ์ ทนายความ กล่าวว่า หลังจากได้ตรวจสอบสินค้าทั้งหมดแล้ว พบว่าเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อJBL,DBXและSHURE ซึ่งมีการสั่งซื้อนำเข้าจากประเทศจีนและในประเทศไทยบางส่วน ซึ่งมูลค่าความเสียหาย อยู่ประมาณ10ล้านบาท โดยจะนำสินค้าทั้งหมดไปลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่สภ.เมืองอุดรธานี แล้วจะนำสินค้าทั้งหมดเข้ากรุงเทพ แล้วแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของร้าน

โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ปอศ. ได้เคยจับกุมมาแล้ว1ครั้ง ร้านดังกล่าว เมื่อปีที่แล้ว โดยในครั้งนั้นมูลค่าเสียหายเพียงหลักแสนบาท ซึ่งทางบริษัท จะได้ประสานไปยังศุลกากรว่าสินค้าเครื่องเสียงละเมิดลิขสิทธิ์ ที่พบครั้งนี้ว่ามีการนำเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่และตรวจดูว่ามีการเสียภาษีหรือไม่ ส่วนการดำเนินคดี ก็จะให้พนักงาน เรียกตัวผู้ครอบครองเป็นเจ้าของ มารับทราบข้อกล่าวหา มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า ต่อไป

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้