ยกเค้าร้านสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น กวาดทรัพย์สิน มูลค่าเกือบ 3 แสนบาท

ยกเค้าร้านสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น กวาดทรัพย์สิน มูลค่าเกือบ 3 แสนบาท

170
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ยกเค้าร้านสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น กวาดทรัพย์สิน มูลค่าเกือบ 3 แสนบาท

วันที่29 พฤษภาคม 60 เวลา 08.30น.พ.ต.ท.พิทักษ์ วาปีทะ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายใน ร้านขายสินค้าญี่ปุ่นมือสอง ถนนเบญจาง เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน

ใน ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายสินค้าญี่ปุ่นมือสอง ไม่มีชื่อร้าน เลขที่85-86 พบน.ส. นิชน์นนท์ น่าชม อายุ26ปี อยู่บ้านเลขที่ 323 หมู่13 ตำบล หมู่ม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ดูแลร้าน พาตำรวจตรวจสอบภายในร้าน โดยที่ประตูหลังร้านไม่มีร่องรอยงัดแงะ แต่ประตูไม่ได้ล็อค ที่บริเวณโต๊ะทำงาน คนร้ายได้ขโมยนาฬิกาแบรนด์เนม จำนวน70เรือน มูลค่า140,000บาท เงินที่เก็บเอาไว้ทอนเหรียญและธนบัตร ประมาณ 1,000บาท ในห้องเก็บของคนร้ายได้ทำการรื้อค้น สิ่งของกระจัดกระจาย มีเครื่องประดับ อัญมณี จำนวน5กล่อง มูลค่า100,000บาท และรถจักรยานเสือหมอบ2คัน ราคา24,000บาท รวมมูลค่า265,000บาท

น.ส. นิชน์นนท์ น่าชม ให้การว่า ร้านแห่งนี้เปิดมาได้3ปีแล้ว ซึ่งอาผู้หญิงของแฟน เป็นเจ้าของร้าน ตนกับแฟน จะเป็นคนมาเปิดร้านเป็นประจำทุกวัน เวลา08.00น.และปิดช่วง18.00น. ซึ่งมีคนงานประจำอยู่ร้านจำนวน5 คน โดยเมื่อวานนี้ ตนก็ได้ปิดร้านล็อคประตูร้านทุกบานตามปกติ มาช่วงเช้าวันนี้ตนได้มาเปิดร้านพบว่าประตูข้างร้านถูกเปิดตนคิดว่าต้องมีคนเข้าไปขโมยของอย่างแน่นอน

เมื่อตนเปิดร้านเข้าไปพบว่าที่โต๊ะทำงานซึ่งเก็บนาฬิกาแบรนด์เนม ไว้ในกล่องถูกคนร้ายขโมยไปจนหมด จึงได้สำรวจทรัพย์สินอย่างอื่นก็พบว่าหลายไปหลายรายการ ส่วนประตูหลังบ้านไม่ได้ล็อค จึงได้มาเปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่าข้อมูลถูกลบ และมีภาพจากกล้องวงจรปิด ล่าสุดที่บันทึกได้ พบว่าคนร้ายได้ดันกล้องขึ้นเพดานหมดทุกตัว ในช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน เมื่อ3เดือน ที่ผ่านมา คนงานในร้านถูกไล่ออกเนื่องจากขโมยในร้าน ซึ่งคนคาดว่าอาจจะกลับมาก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากรู้ว่าของมีค่าเก็บไว้ที่ไหนบ้างภายในร้าน

พ.ต.ท.พิทักษ์ วาปีทะ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าประตูหลังร้านไม่ได้ล็อค แต่ผู้แลดูร้านยืนยันว่า ได้ล็อคประตูทุกบาน ก่อนปิดร้านออกไป เป็นไปได้ว่า อาจจะมีคนแอบมาเปิดล็อคประตูเอาไว้ โดยคาดว่าคนร้ายจะมีมากกว่า1คน เนื่องจากทรัพย์สินที่หายไป มีจำนวนมาก ส่วนคนร้ายได้ผลักกล้องหันขึ้นเพดาน เป็นไปได้ว่า อาจเป็นคนงานเก่า เนื่องจากรู้ว่ากล้องวงจรปิด ภายในร้านมีจุดใดบ้าง

โดยที่สำคัญคนร้ายได้ทำการเปิดเครื่องบันทึกกล้องวงจรปิด แล้วทำการลบข้อมูล เพื่อไม่ให้เห็นภาพของคนร้าย ขณะเข้ามาก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายในที่เกิดเหตุ และให้ตำรวจชุดสืบสวน ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่หลบหนี พร้อมกับตรวจสอบประวัติคนงานเก่า เพื่อเป็นเบาะแส ในการติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้