จับ 2 ผัวเมีย โบรกเกอร์เก๊ ตุ๋นชาวบ้านร่วมลงทุนกองทุนหุ้นทั่วภาคเหนือและอีสาน

จับ 2 ผัวเมีย โบรกเกอร์เก๊ ตุ๋นชาวบ้านร่วมลงทุนกองทุนหุ้นทั่วภาคเหนือและอีสาน

129
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

จับ 2 ผัวเมีย โบรกเกอร์เก๊ ตุ๋นชาวบ้านร่วมลงทุนกองทุนหุ้นทั่วภาคเหนือและอีสาน สูญเงินมากกว่า3 ล้านบาท

วันที่29 มิถุนายน 60 เวลา10.30 น. ที่ศูนย์สืบสวน กก.1 ภาค 4 จ.อุดรธานี พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคาม ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 , พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รองผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 และตำรวจชุดสืบสวนภาค4 ร่วมกันแถลงข่าว จับกุม 2 ผัวเมีย อ้างตัวว่าเป็น โบรกเกอร์ คือนายชลมาตร แสงพล อายุ34ปี อยู่บ้านเลขที่142 หมู่3 ตำบลโนนทอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และ น.ส.นิด ทองแกมแก้ว อายุ39ปี อยู่บ้านเลขที่16 หมู่5 ตำบลดงเสือเหลือง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ทั้งคู่ มีหมายจับของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์

พร้อมของกลาง เงินสดจำนวน160,000 บาท ,สร้อยแขนทองคำจำนวน2 เส้น รวมน้ำหนัก 3บาท , แหวนทองจำนวน2 วง จี้ทอง รวมน้ำหนัก 1บาท และ2 สลึง, กล้องถ่ายรูป พร้อมเลนส์ จำนวน2 ตัว ,แมคบุคแอร์ จำนวน1 เครื่อง,ไอแพด 1เครื่อง ,แท็บเล็ต 1เครื่อง ,มือถือ 6เครื่อง , นาฬิกา2 เรือน รถจยย.ยี่ห้อ ไทรอัมพ์ สีขาวดำ ราคม 6 แสนบาท และสมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 เล่ม รวมมูลค่าทรัพย์ 1 ล้านกว่าบาท

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคาม ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคน เป็นผัวเมียกัน โดยจะอ้างตนว่า เป็นโบรกเกอร์ อิสระ สามารถรู้เรื่องในเกี่ยวกับหุ้น หลายบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะเกี่ยวกับกองทุนน้ำมัน ถ้าลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมาเป็น100 เท่า เพียงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งไปหลอกเหยื่อ ในภาคเหนือหลายจังหวัด
โดยรู้จักกันครั้งแรกจากเฟซบุ๊ก ก่อน แล้วจะนัดผู้เสียหาย มาเจอ ชวนร่วมลงทุน เริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นบาท ในช่วงแรกจะจ่ายเงินผลกำไรไปให้ก่อน ทำให้เหยื่อตายใจ บอกให้เพิ่มเงินลงอีก เป็นหลักเงินแสนบาท ทำให้พากันหลงเชื่อ ระดมเงินไปลงทุน ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี ให้กับ ผู้ต้องหาทั้งสองคน มีผู้เสียหายจาก ภาคเหนือ โดนหลอก ที่ทราบในตอนนี้ มีอยู่ประมาณ 15 ราย ยอดเงินกว่า 3 ล้านบาท

หลังจากนั้นสองผัวเมีย ได้หลบหนี มาอยู่ในภาคอีสาน ล่าสุดหลอกเหยื่อ ที่ จ.หนองบัวลำภู ทำให้ผู้เสียหาย ไปแจ้งความ จนกระทั้งตำรวจไปขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดหนองบัวลำภู โดยตำรวจได้สืบรู้ว่า ทั้งสองคน มาเช่าอยู่ ที่บ้านคุณตารีสอร์ท ตำบลบ้าดุง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จึงได้นำกำลงพร้อมกับหมายจับ เข้าทำการจับกุมสองผัวเมียรายนี้ และทำการตรวจยึดทรัพย์ ที่ได้มาจากการต้มตุ๋นประชาชน ล่าสุด ผู้ต้องหา ได้นำเงินสดไปซื้อรถจยย.ยี่ห้อ ไทรอัมพ์ สีขาวดำ ในราคา 6 แสนบาท เมื่อ3 วันที่แล้ว จะพากันไปขี่ออกทริป หาหลอกเหยื่อไปเรื่อยๆ ต่อ

นางรัตน์ชรินทร์ สุพรรณภิวัชร์ อายุ50ปี อยู่บ้านเลขที่99/30 หมู่5 ตำบลไชยสถาน อ.สารภี จ.
เชียงใหม่ ผู้เสียหาย ที่ตกเป็นเหยื่อ ได้กล่าวว่า ในตอนแรกเพื่อนได้แนะนำ ให้ผู้จักกับผู้ต้องหาทั้ง2 คน เพราะเพื่อนได้โอนเงินทำการลงทุนกับสองผัว ที่อ้างว่า เป็นโบรกเกอร์ ดูแลเรื่องหุ้นให้กับกองทุนหลายบริษัท ตอนแรกก็ทำที ได้ผลกำไรอย่างงาม ถ้าลงทุนในกองทุนขนาดเล็กก็จะเพียง2 เท่า ถ้าลงทุนกองทุนใหญ่ หรือ กองทุนของต่างประเทศ จะผลกำไร เป็น100เท่า ทำให้ตนเองหลงเชื่อ ทำการลงทุนไปถึง3 ครั้ง หมดเงินไปถึง 5 แสน 4หมื่นบาท เพราะต้องการหาเงินปลดหนี้ จำนวน3 ล้านบาท ด้วยความโลภของตนไม่ตรวจเช็คให้ดีเสียก่อน จึงมาเสียรู้ให้กับสองผัวเมียแสบรายนี้

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ จิตรคาม กล่าวว่า เพราะในตอนนี้ได้ตรวจสอบทำการยังพบว่า ยังมีเหยื่อหลงเชื่อ ทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา คาดว่าจะมีผู้เสียหาย อีกหลายรายและหลายจังหวัด ในภาคอีสานและภาคเหนืออีก จึงอยากฝากเตือนถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับการลงทุน แล้วจะผลกำไรเป็นจำนวนมาก เพราะความเป็นจริงแล้วแทบจะไม่มีเลย ในเรื่องนี้ ซึ่งต้องหาทั้งสองคน ได้อ้างว่า ตนเองเคยถูกหลอกในลักษณะนี้ จึงได้จำมาทำการหลอกลวงประชาชน ดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

ไม่มีความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้